ยอดเงินที่สาวโอนเงินผิด 300,000 ยอมคืนกับเจ้าของ หลังจนมุม ร่ำไห้โฮ

ยอดเงินที่สาวโอนเงินผิด 300,000 ยอมคืนกับเจ้าของ หลังจนมุม ร่ำไห้โฮ

วันที่ 18 พ.ค.65 จากกรณี น.ส.วิราวรรณ ชวดพงษ์ อายุ 40 ปี ชาว ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ร้องผู้สื่อข่าว ว่าได้โอนเงินร่วม 3 แสนบาท ผิดบัญชีเงินไปเข้าบัญชีของ นางเสาวณีย์ คำพาย อายุ 44 ปี ชาวบ้านหนองข่า ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ และต้องลำบากเพราะติดต่อประสานงานกับธนาคาร ทั้งใช้วิธีโทรผ่านคอลเซ็นเตอร์

ไปติดต่อธนาคารสาขา กลับโยนกันไปมา สุดท้ายได้แค่รับเรื่องไว้ ไม่มีการอายัดเงินไว้ให้ได้ ต้องวิ่งหาสืบสวนข้อมูลเอง จนสามารถได้เงินกลับคืนมา 160,000 บาท ที่เหลือสาวเจ้าของบัญชีปลายทางบอก หมดแล้ว

เหตุการณ์ดังกล่าวประชาชนทั่วไป ต่างให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก มีการตั้งข้อสังเกตทั้ง คนที่โอนผิดว่าหละหลวม คนที่รับโอนที่จงใจจะเอาเงินคนอื่น รวมถึงธนาคารกสิกร ที่ไม่ให้ความสนใจลูกค้า

โดยเฉพาะโลกโซเชียล ที่จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดอื่น ต่างออกมารุมประณาม นางเสาวณีย์ เหมือนเป็นการกดดันให้ออกมารับผิดชอบกับการกระทำ เนื่องจากหลบหนี ซ่อนตัวไม่ให้ใครพบเห็นและไม่ยอมรับผิดชอบ

ล่าสุด นางเสาวณีย์ได้ออกมายอมเปิดปากทั้งน้ำตากับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกผิดและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับผิดทุกกรณี และได้โทรศัพท์หาเจ้าของเงินแล้ว

เบื้องต้นจะเอาทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่ลูกสาวเอาเงิน 20,000 ไปปิดมา เอาไปเข้าไฟแนนซ์คืน แล้วจะโอนกลับไปให้เจ้าของเงินทันที ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 110,000 เศษ จะขอทำงานผ่อนชำระให้ และอยากจะฝากถึงผู้ที่คิดจะทำแบบนี้ ให้เลิกคิด เงินของเขายังไงก็เป็นของเขา ที่ผ่านมาหลังเกิดเรื่อง รู้สึกเป็นจำเลยสังคม

ด้าน น.ส.วิราวรรณ ชวดพงษ์ เจ้าของเงินที่โอนผิด บอกว่า วันนี้ น.ส.เสาวนีย์ ได้โทรศัพท์เข้ามาว่า ขอโทษ และอยากจะขอโอกาสกลับตัว ข้อเสนอดังกล่าวที่จะโอนเงินมา 20,000 บาท และขอโทษ ตนรับขอโทษ

แต่ส่วนหนึ่งก็อยากให้ได้รับผลที่กระทำไป โดยเฉพาะการพูดแบบขวานผ่าซากว่า ”ใช้เงินหมดแล้ว จะยอมติดคุก” ทั้งนี้ จะต้องมาเจรจาพูดกันเป็นทางการต่อ จนท.ตำรวจ ตอนนี้ยังไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้เห็นแววตากันว่า มีแววตาที่จริงใจในการขอโทษหรือไม่